Genymotion สุดยอดโปรแกรมจำลองแอนดรอยด์

สำหรับคนที่เขียนแอพแอนดรอยด์แล้วคงจะรู้ดีว่าตัว Emulator ของ Eclipse และ Android Studio นั้นจะช้ามากๆ (หรือเครื่องผมคนเดียวไม่รู้) วันนี้ผมจึงมานำเสนออีกหนึ่งตัวจำลองแอนดรอยด์เพื่อไว้ใช้ในการลองแอพซึ่งมีความเร็วมากกว่า เจ้าตัวนั้นก็คือ Genymotion


Genymotion เป็นแอนดรอยด์อีมูเลเตอร์ที่เร็วและใช้งานง่ายมาก เหมาะสำหรับการเทสแอพเป็นอย่างดี โดยจะมีทั้งตัวที่ฟรีและเสียเงิน สำหรับผมที่ซื้อมาลองแอพเฉยๆก็ใช้ตัวฟรีครับ แต่บางฟีเจอร์บางอันจะไม่สามารถใช้งานได้ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจครับ

สำหรับคนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บ Genymotion โดยตรงเลยครับ

วิธีใช้งาน Genymotion
ขั้นแรกเลยก็ให้เราทำการลงก่อนเลยครับและเปิดขึ้นมาจะได้หน้าตาประมาณนี้


ปุ่มสตาร์ทจะมีไว้สำหรับกด Launch Emulator ที่เราสร้างไว้ขึ้นมานะครับ ถ้าผมจำไม่ผิดมันน่าจะมีให้อยู่แล้ว แต่คุณสามารถเพิ่มได้ว่าจะใช้ Emulator ของรุ่นไหนได้โดยกดปุ่ม Add


จะมีชื่อรุ่น API และขนาดหน้าจอบอกอยู่นะครับ เราอยากได้อันไหนก็กดและคลิ๊ก Next ได้เลย


เมื่อเลือกรุ่นแล้วกดโหลดแล้วจะมาที่หน้าดาวน์โหลดตามนี้นะครับรอจนโหลดเสร็จ แล้วกด Finish


เท่านี้เราก็ได้ Virtual Devices ที่เราเลือกแล้ว

บล็อคไม่สวยหรอ ลองเปลี่ยนเทมเพลตดูสิ !

หลังจากเขียนบทความการสร้างบล็อคฟรีจาก Google ไปแล้วนะครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงการตกแต่งบล็อคให้สวยงามกันนั่นเอง แน่นอนไม่ว่าบล็อคใครก็อยากให้บล็อคตัวเองสวยอยู่แล้ว ถือเป็นหน้าตาของเราเลยก็ว่าได้ ว่ามีความสามารถในการปรับแต่งแค่ไหน ถ้ารูปลักษณ์ของบล็อคดีก็จะสร้างความน่าเชื่อถือให้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


Templates หรือแม่แบบ นั้นโดยปกติทางบล็อคเกอร์จะมีมาให้อยู่แล้วนะครับ แต่มันเป็นอะไรที่เบสิคมาก ไม่เหมาะกับเราหรอก ถ้าจะมานั่งปรับแต่งเองบางคนที่ไม่มีพื้นฐานทางภาษา html หรือ css เลยก็จะไม่สามารถปรับได้ ทีนี้เราจะทำยังไงล่ะ ?

ไม่ยากครับ คุณสามารถหาแม่แบบพวกนี้ได้ฟรีในอินเทอร์เน็ต จะที่ไหนล่ะครับก็กูเกิลไง แนะนำให้ใช้คีย์เวิร์ดว่า "Free Blogger Templates" นะครับ ก็จะมีเว็บไซต์ที่แจกแม่แบบให้เราฟรีเต็มไปหมด ทุกท่านก็ลองหาดูแล้วกันนะครับว่าชอบตัวไหน สำหรับเว็บไซต์ที่ผมแนะนำและมีเทมเพลตสวยๆก็มีดังนี้

http://uongjowo.blogspot.com/
http://www.soratemplates.com/

แค่สองเว็บนี้ก็มีเทมเพลตสวยๆให้เลือกเยอะจนเลือกไม่ถูกแล้วครับ ต่อมาเราจะมาดูด้านวิธีติดตั้งเทมเพลตกัน

ขั้นแรกให้เราโหลดเทมเพลตที่เราหาได้มาก่อน ถ้ามันเป็นไฟล์ที่บีบอัดอยู่ก็แตกไฟล์มันออกมาซะ ไฟล์ที่เราต้องใช้นั้นคือไฟล์นามสกุล xml



เมื่อเราได้ไฟล์ xml แล้วก็ให้เราเข้าไปที่หน้าแดชบอร์ดของบล็อคเราแล้วกดที่แม่แบบด้านเมนูด้านซ้าย และกดไปที่ "สำรอง / กู้คืน"


เมื่อกดไปแล้วจะมีหน้าต่างเด่งขึ้นมาให้เรากดที่เรียกดู และเลือกไฟล์ xml ที่เราดาวน์โหลดมา เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการติดตั้งเทมเพลตให้บล็อคของเราแล้ว

มาหารายได้จาก Google กัน !

Google บริษัทชั้นนำของโลก และยังเป็นผู้นำด้าน Search Engine อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการอื่นๆที่ทางกูเกิ้ลเปิดให้บริการฟรี เช่น Blogger, Youtube, Google Code, Google Trends และอีกมากมาย โดยรายได้ของกูเกิ้ลจะมาจากสื่อโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฎในเซิร์จเอ็นจินนั่นเอง



การหารายได้จาก Google นั้นมีหลายช่องทาง ถ้าคุณมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้วละก็ผมขอแนะนำให้ใช้ Google Adsense ในการหารายได้ โดยแค่คุณนำเว็บไซต์ของคุณที่มีไปสมัคร Google Adsense และรออนุมัติให้ผ่าน ทางกูเกิ้ลก็จะให้โค๊ดโฆษณาสำหรับติดในเว็บของคุณ เมื่อคุณติดแล้ว ก็จะมีโฆษณาที่ผู้ลงโฆษณาไว้กับกูเกิ้ลปรากฎขึ้นในเว็บของคุณ โดยรายได้ของคุณนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนคนเข้าดู และคนที่คลิ๊กโฆษณาในเว็บไซต์ของคุณ

ถ้าคุณเป็นคนชอบทำคลิปวิดีโอ หรืออัดเพลง Cover ผมขอแนะนำ Youtube Partner โดยอย่างที่ทราบกันดีว่า Youtube นั้นเป็นเว็บไซต์ที่บริการด้านการอัพโหลดและดูวิดีโอฟรี แค่คุณนำคลิปของคุณไปอัพโหลดและทำการเปิดการสร้างรายได้จาก Youtube เท่านี้ เมื่อมีคนมาดูคลิปของคุณ คุณก็จะสามารถสร้างรายได้ได้เช่นกัน โดยรูปแบบจะคล้ายๆกับ Adsense มาก แต่เปลี่ยนจากเว็บไซต์เป็นคลิปวิดีโอ

สำหรับนักพัฒนาแอพ หรือคนที่สนใจจะสร้างแอพของ Android ซึ่งเป็นของกูเกิล ก็สามารถหารายได้จาก Admob โดยเราต้องนำโค๊ดที่ได้ไปติดตั้งในแอพของเรา เท่านี้เราก็สามารถสร้างรายได้จากแอพของเราได้แล้ว การหารายได้ก็จะเป็นรูปแบบเดียวกันคือจำนวนคนเข้าดูและจำนวนคนคลิ๊กนั่นเอง

จะเห็นว่าทั้งสามแพลตฟอร์มนั้นมีรูปแบบการหารายได้ที่เหมือนกัน สำหรับคนที่มีแนวคิดหรือไอเดียดีๆนั้นสามารถต่อยอดให้ทำรายได้จากกูเกิลทั้งสามตัวเลยก็มี สำหรับยุคดิจิตอลแบบนี้ คนไอทีอย่างเราไม่ควรพลาดโอกาสที่จะสร้างรายได้ไปง่ายๆ

ตามเทรนด์บนโลกออนไลน์ด้วย Google Trends [Part 1]

สำหรับคนที่กำลังหาไอเดียหรือหาเทรนด์ไว้ขายสินค้าหรือสร้างเว็บไซต์ โดยส่วนตัวบางครั้งก็นึกว่าไม่ออกว่าควรจะทำอะไรดี สิ่งที่เราคิดนั้นมันจะน่าสนใจหรือเปล่า (มุมมองของผมนะครับ ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันไหม) วันนี้ผมมีหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ปัญหานั้นหมดไปเพียงคุณโทรมาภายใน 10 นาทีนี้ (เย้ย ไม่ใช่แล้ว) สิ่งนั้นเรียกว่า Google Trends ครับ

Google Trends นั้นไว้ใช้สำหรับติดตามเทรนด์การค้นหาที่คนเสิร์จบนกูเกิ้ล โดยจะมีข้อมูลตั้งแต่สากล ถึงระบุเฉพาะเจาะจงเลยเช่น เราจะเอาเทรนด์ของโลก หรือเทรนด์ของประเทศไทยอย่างเดียวก็ได้ โดยหน้าตามันก็ประมาณนี้ครับ


จะเห็นได้ว่าจะแสดงเทรนด์ขณะนี้ของการค้นหา และมีเทรนด์ของ Youtube ด้วย โดยไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ของการค้นหา หรือของ Youtube เราก็สามารถนำไปใช้งานได้ เพียงแค่คุณมีแนวคิดและความสามารถเพียงพอที่จะต่อยอดมันได้ ทั้งยังมีหน้าแสดงชาร์ทปี 2014 ให้ดูอีกด้วยว่าสิ่งที่เคยติดเทรนด์ดังๆมีอะไรบ้าง

อย่างที่บอกไปว่า Google Trends สามารถดูเทรนด์ของทั้งโลกได้ด้วย มาดูดีกว่าว่าวันนี้วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 อะไรมันจะฮิต



จะเห็นได้ว่า Global นี่มัน Global จริงๆนะครับ มีทุกอย่างหลากเลยมาก หลักการทำเงินจากมันก็ง่ายๆครับ หาเทรนด์ โพสเนื้อหา และก็หาวิธีสร้างรายได้จากมันแค่นั้นเอง โดยต้องดูจากคีย์เวิร์ดที่เราได้มาด้วยนะครับ ว่าเราจะหาเงินให้มันได้จากทางไหน

นี่ก็เป็นตัวอย่างการใช้ Google Trends นะครับ โดยมันยังสามารถใช้งานอย่างอื่นได้อีกไว้บทความหน้าผมจะมายกตัวอย่างให้ฟังกันครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

สร้างบล็อคเป็นของตัวเองฟรีด้วย Blogger

เริ่มต้นสร้างบล็อค

สำหรับหลายๆคนที่อยากจะลองมีบล็อคเป็นของตัวเองดู และยังไม่อยากเช่าโฮสหรือทำอะไรยุ่งยาก วันนี้ผมขอนำเสนอ Blogger ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการจาก Google ที่ให้คุณสร้างบล็อคของคุณได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น (ยกเว้นอยากมีโดเมนเป็นของตัวเอง) สำหรับใครที่อยากรู้บล็อคเกอร์เป็นแบบไหนก็ลองชมเว็บของผมดูก่อนได้ Powered by Blogger 100% ครับ

ทำไมผมถึงเชียร์บล็อคเกอร์ของกูเกิ้ลล่ะ ?

เป็นความชอบส่วนบุคคลครับ ผมจำได้เลยตอนแรกที่เข้าวงกร IM เริ่มจากตัวฟรีตัวนี้แหละ ซึ่งผมก็คิดว่ามันเข้าใจง่ายดีบวกกับผมชอบอะไรที่มันง่ายๆไม่ยุ่งยากและซับซ้อนซึ่ง Blogger นี่แหละตอบโจทย์ผมได้ดีที่สุดที่ลองอีกตัวก็ Wordpress.com นั่นเอง แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ก็เลยกลับมาหาบล็อคเกอร์สุดที่รักเหมือนเดิม มาเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า

วิธีสมัคร Blogger และโพสต์

เริ่มสมัคร Gmail
สำหรับคนที่ไม่มี gmail จะสร้างบล็อคเกอร์ไม่ได้นะครับ เพราะฉนั้นไปสมัครกันเลยที่ https://accounts.google.com/SignUp

ต่อมาเมื่อมี gmail แล้วเราสามารถสร้างบล็อคได้โดยเข้าไปที่ Blogger.com และคลิ๊กที่บล็อคใหม่ หรือ จะพิมพ์ชื่อบล็อคที่เราอยากได้แล้วตามด้วย .blogspot.com ก็ได้ แล้วจะมาที่หน้านี้


สร้างบล็อค

โดยตรงหัวข้อให้เราใส่ชื่อบล็อคของเราลงไป ที่อยู่ก็คือ URL ของบล็อคเรานั่นเอง สำหรับคนที่กดสร้างผ่านชื่อบล็อคตามด้วย.blogspot.com จะไม่ต้องใส่ เมื่อใส่เสร็จจะมีตัวบอกว่า URL ที่เราเลือกนั้นสามารถใช้ได้หรือไม่ เมื่อเป็นเครื่องหมายถูกเสร็จเราก็ไปเลือกธีมของเว็บเรา และกดสร้างบล็อค เราก็จะได้บล็อคของเราออกมา

สร้างบล็อค

เท่านี้คุณก็มีบล็อคเป็นของตัวเองแล้ว โดยชื่อเว็บและธีมจะเป็นตามที่เราตั้งไว้ตอนสร้าง และเนื่องจากเรายังไม่ได้โพสอะไรไปมันก็เลยขึ้นไม่พบโพสต์นั่นเอง

สร้างบล็อค

โดยเราสามารถเขียนโพสต์ได้โดยกดรูปคล้ายๆดินสอในหน้าแดชบอร์ดของบล็อคเกอร์ และจะเข้ามาสู่หน้านี้

สร้างบล็อค

คำอธิบาย
โพสต์ : ชื่อบทความ,ชื่อหัวข้อ,ชื่อโพสต์
เขียน/HTML : ไว้สลับโหมดว่าเราจะเขียนแบบไหน (สำหรับคนที่ไม่รู้ภาษา HTML แนะนำให้อยู่ในโหมดเขียนไว้)
สี่เหลี่ยมขาวใหญ่ๆด้านล่างซ้าย : ใช้สำหรับเขียนเนื้อหาของโพสต์นั่นเอง
ป้ายกำกับ[tag] : ก็คือไว้กำกับโพสต์แต่ละโพสต์ของเราว่าเกี่ยวกับอะไร (บางคนใส่เยอะๆใช้ทำ SEO)
กำหนดเวลา : ก็คือเราสามารถตั้งเวลาโพสต์ของบทความได้นั่นเอง ไม่ว่าจะโพสต์แล้วแต่วันเป็นของอดีย หรือกดแล้วโพสต์เลย หรือตั้งให้ถึงเวลาแล้วค่อยโพสต์ก็สามารถทำได้เช่นกัน
ลิงค์ถาวร : คือชื่อลิงค์ของบทความเราส่วนนี้ xxx.blogspot.com/ปี/เดือน/ลิงค์ถาวร นั่นเอง โดยถ้าหากเราตั้งชื่อโพสต์เป็นภาษาไทยมันจะออโต้ให้เป็น blog_post ซึ่งผมไม่แนะนำ ให้เราใส่ชื่อที่เป็นภาษาอังกฤษไปแทน
ตำแหน่งที่ตั้ง : ไว้เลือกนะครับว่าเราจะโพสต์จากที่ไหนดี 5555 (มั้ง)
ตัวเลือก : ไว้ตั้งค่าว่าจะให้เม้นต์โพสต์นั้นได้ไหม เขียนแบบ HTML หรือแบบพิมพ์ กด Enter ขึ้นบรรทัดใหม่หรือใช้แท็ก


และเมื่อเราหัวข้อ เนื้อหา และตั้งค่าอย่างอื่นครบหมดแล้วก็ให้เรากดเผยแพร่ เท่านี้บทความของเราก็สามารถแชร์ให้คนอื่นอ่านกันได้แล้ว !!

มาทำเงินกับ Youtube Partner Thailand กัน !


Youtube Partner
วันนี้ผมจะมาพูดถึง Youtube Partner ว่ามันคืออะไรกันนะครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่าถ้าพูดถึง Youtube นี่ทุกท่านก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ใช่แล้วครับมันก็คือยูทูปเว็บไซต์ดูวิดีโอออนไลน์ที่ทุกคนรู้จักกันนั่นแหละ ส่วน Partner นี่ก็แปลว่า หุ้นส่วน ลองมารวมกันมันก็คือ "หุ้นส่วนของ Youtube" นั่นเอง

อย่างที่ทราบกันดีว่าเว็บไซต์ Youtube นั่นเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการดูวิดีโอออนไลน์ที่นิยมที่สุด โดยวิดีโอทั้งหมดนั้นไม่ใช่ทางยูทูปเป็นคนอัพ แต่เป็น User ต่างหากละ โดยยูทูปจะให้ยูสเซอร์มาอัพวิดีโอไว้ให้เพื่อนดู หรือโปรโมท หรืออะไรก็ตามแต่ฟรีๆเลย ส่วนยูทูปก็สามารถหารายได้จากการโฆษณานั่นเอง

หุ้นส่วนของ Youtube คืออะไร ?


เราจะเป็นหุ้นส่วนกับยูทูปได้ยังไง ? ไม่ยากครับแค่คุณอัพวิดีโอของคุณ คุณก็ถือเป้นหุ้นส่วนของยูทูปแล้ว (แต่คุณจะต้องไปตั้งค่าตรงรายได้ในหน้าวิดีโอก่อนนะ) เมื่อคุณอัพโหลดแล้วเปิดการสร้างรายได้แล้วจะมีโฆษณาขึ้นในวิดีโอที่คุณอัพลงไป และเราก็จะมีรายได้แค่นั้นเอง หลักการง่ายๆ โดยรายได้ของเรานั้นจะมาจากการลงโฆษณาของใครก็ตามที่ลงกับยูทูป แต่เราก็ต้องแบ่งกับยูทูปแบบ 50-50 นั่นเอง

คงจะพอเขาใจกันแล้วนะครับว่ามันคืออะไร สำหรับไอเดียลงคลิปไว้ผมไปท่องโลก Youtube เสร็จแล้วจะมาบอกแนวทางให้ลองกันนะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

10,000 ชั่วโมง กับ Internet Marketing

การเริ่มต้นนั้นเป็นสิ่งที่ยากเสมอถ้าเราได้ลองอะไรใหม่ๆเราก็ต้องทำการเรียนรู้ ฝึกฝนจนเข้าใจและชำนาญเราถึงจะประสบความสำเร็จในด้านนั้นๆได้ การทำงานออนไลน์ก็เหมือนกัน สำหรับผมตอนเริ่มต้นเรียกได้ว่าแทบไปไม่ถูกทางเลยทีเดียว และผมคิดว่าหลายๆคนที่จะเริ่มศึกษาอะไรใหม่ๆก็คงเป็นเหมือนกัน แต่อย่าพึ่งท้อครับวันนี้ผมมีกฎอันโด่งดังมาให้อ่านกัน เริ่มเลย

สำหรับผม ผมคิดว่าการที่เราจะเก่งในเรื่องใดๆนั้นเราต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจมัน ศึกษามัน และอยู่กับมัน คุณเคยได้ยินเรื่องกฎ 10,000 ชั่วโมงไหม ? โดยกฎนี้ได้บอกว่า เราทุกคนสามารถที่จะมีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งได้ หากเราใช้เวลากับมันอย่างน้อย 10,000 ชั่วโมง นั่นก็คือถ้าคุณจะเก่งในด้านไหนก็ตาม คุณต้องฝึกฝนเรื่องนั้นๆอย่างหนักเป็นเวลากว่าหนึ่งหมื่นชั่วโมงนั่นเอง

ลองมาคิดเวลาคร่าวๆ 10,000 ชั่วโมงเนี่ย เราจะใช้เวลากี่วันหรือกี่ปีได้ดังนี้
หากเราฝึกวันละ 1 ชม. เราจะใช้เวลา 10000 วัน หรือ 27 ปีกว่าๆ
หากเราฝึกวันละ 2 ชม. เราจะใช้เวลา 5000 วัน หรือ ราว 14 ปี
หากเราฝึกวันละ 4 ชม. เราจะใช้เวลา 2500 วัน หรือ ประมาณ 7 ปี
หากเราฝึกวันละ 8 ชม. เราจะใช้เวลา 1250 วัน หรือ เกือบๆ 4 ปี
หากเราฝึกวันละ 12 ชม. เราจะใช้เวลา 833 วัน หรือ ประมาณ 2 ปี
(กฎ 10,000 ชั่วโมง ของมัลคอล์ม แกลดเวลล์)

ผมคิดว่าคนเก่ง ยังไงก็แพ้คนขยันอยู่ดี ยิ่งถ้าเก่งแล้วขยันด้วยเนี่ย เสือติดปีกชัดๆ คนที่คุณเห็นว่าเขาเก่งทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลย คุณอาจจะยังไม่เคยเห็นเบื้องหลังของเขาก็ได้ คุณอาจจะทำงานมากกว่าคุณเป็นสิบๆเท่าก็ได้ และผมบอกไว้เลยครับมันไม่มีความสำเร็จแบบข้ามคืน เขาอาจจะใช้เวลาเป็นสิบๆปีกว่าจะสร้างมันขึ้นมาก็ได้

หลังจากที่อ่านแล้วคิดยังไงกันบ้างครับ คุณอยากจะเก่งแต่คุณไม่ฝึกฝนมัน ไม่ให้เวลากับมัน คุณก็ไม่มีวันเก่งหรอกครับ อย่าลืม ไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิด เขาต้องพยายามกันทั้งนั้นกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ สำหรับผมถ้านับเวลาที่ทำ IM มาได้ก็แค่ปีกว่าๆ วันละ 6ชั่วโมง และวันที่ไม่ได้ยุ่งกับมันอีกนับไม่ถ้วน คงจะใช้เวลาอีกนานเลยหละกว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ผมจะใส่ใจมันให้มากขึ้น และผมจะต้องสำเร็จ !